ฅ.เลี้ยงไก่(ชน)
วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
อาหารไก่
เมื่อไก่กลืนอาหารลงไป จะตกถึงกระเพาะที่หนึ่ง ซึ่งคนเราไม่มี เรียกว่า "กระเพาะพัก" อยู่ที่ต้นคอ อาหารจะพักอยู่ที่นี่ชั่วคราว ก่อนที่จะลงกระเพาะจริง เพื่อทำการย่อยให้เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย ถัดไปเป็นกระเพาะที่สามหลังกระเพาะจริง เรียกกันว่า กึ๋น ถ้าท่านสังเกตจะเห็นว่า กึ๋นนี้มีผนังหนา และมักจะมีก้อนกรวดเล็กๆ อยู่เป็นจำนวนพอสมควร ธรรมชาติสร้างกึ๋นไว้ให้ เพื่อจะได้ช่วยบดอาหารซึ่งเป็นเมล็ดข้าว เมล็ดข้าวโพด เหล่านี้มีเปลือกแข็ง และย่อยอย่างปกติด้วยน้ำย่อยในกระเพาะจริงไม่ได้ จะต้องหาโม่มาโม่เสียก่อนส่งไปลำไส้ กึ๋นนี้แหละทำหน้าที่โม่แทนการบดเคี้ยวในปาก เพราะไก่ไม่มีฟัน และก้อนกรวดเม็ดทรายซึ่งอยู่ภายในกึ๋น ก็เป็นเครื่องช่วยบดให้ได้ผลด้วย ดังนั้นเราจะเห็นว่า สัตว์ปีกที่กินเมล็ดข้าว กินอาหารค่อนข้างหยาบมากจะมีกึ๋นที่แข็งแรง ไก่จำเป็นต้องกินอาหารค่อนข้างดี คือ มีแป้งมาก มีโปรตีนดี เพราะอาหารมีเวลาอยู่ในลำไส้ไม่นานนัก จำเป็นต้องรีบย่อย และดูดซึมเอาไปใช้ประโยชน์โดยรวดเร็ว ข้อนี้อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ไก่โตเร็วได้ สำหรับข้าวเปลือกควรเลือกเม็ดขนาดสั่นที่ผ่านการขัด ป้องกันไก่ติดคอ และแทงคอไก่ ไม่ให้มีก้านเมล็ดข้าวกับเงี่ยง
แข้งบวม
ลักษณะของอาการ บริเวณแข้งหรือขาของไก่จะมีการบวม สัมผัสดูจะรู้สึกได้ถึงความนิ่มของแข้งอย่างชัดเจน ประกอบกับมองดูก็จะเห็นถึง ลักษณะของแข้งรวมไปจนถึงเกล็ดมีอาการช้ำ จนเกล็ดมีสีแดงอมเลือดเลยทีเดียว
วิธีการรักษาพยาบาล ขั้นตอนแรกก็จะต้องใช้น้ำอุ่นประคบเพื่อให้มีการคลายของกล้ามเนื้อเสียก่อน หลังจากนั้นรอให้แข้งเย็นสักหน่อย แล้วใช้น้ำเย็นประคบตามทุกครั้ง ภายหลังจากการประคบด้วยน้ำอุ่น
ขั้นตอนที่สอง เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนแรกแล้วก็ให้ใช้น้ำมันมวย หรือเค๊าเตอร์เพนบาร์ม อะไรก็ได้ที่ทาแล้วช่วยแก้อาการช้ำบวมได้มาทา และอาจจะมีการนวดเบาๆนิดหน่อยด้วยก็จะดีมาก
ข้อควรระวัง ห้ามทำการนวดแรงๆโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เกิดอักเสบ ช้ำบวมมากยิ่งขึ้น เสร็จแล้วก็ต้องระวังให้ไก่อยู่อย่างสงบ อย่าให้ไก่ใช้กำลังขามากจนเกินไป เดี๋ยวจะเกิดการช้ำบวมขึ้นมาอีก พยายามปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งคัดอาการก็จะทุเลาและหายไปในทีสุด
ข้อ ควรระวังหลังการรักษา อาการเลือดลงแข้งสำหรับในไก่ที่เคยเป็นมาแล้ว อาการนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ใหม่ในทุกเวลา หากเกิดมีการหักโหมอีก จึงควรระวังให้มากเลยทีเดียว
ล่อเป้า
ฝึกล่อเป้า คือการฝึกให้ไก่ตีคู่ต่อสู้โดยที่คู่ต่อสู้ไม่โต้ตอบเพื่อให้ไก่ชนได้มี ประสบการณ์ ได้ออกกำลังกาย ฝึกความคล่องตัว ฝึกนิสัย การไล่ตีคู่ต่อสู้รู้จักใช้ปากและสายตา ฝึกหลบหลีก เป็นการยั่วยุให้ไก่ดุ และได้ใจ การฝึกโดยวิธีนี้จะทำให้ไก่หลักไม่บอบช้ำ
วิ่งวงล้อ ไก่ชนบางตัวอาจยังไม่ชินกับการวิ่งวงล้อ ไก่อาจตกใจ การแก้ไขไม่ให้ไก่ตกใจนั้น ให้นำไก่ขี้ตกใจนั้นเข้าขังในวงล้อแล้วล็อกวงล้อให้อยู่นิ่งอย่าให้วงล้อ หมุนเมื่อไก่คุ้นเคยกับวงล้อแล้วไม่มีอาการตกใจก็ปล่อยให้วงล้อวิ่งช้าๆก่อน จนกว่าไก่จะคุ้นเคยมากกว่านี้สำหรับไก่ที่ชินแล้วจะวิ่งในวงล้อเป็นชั่วโมง ท่านต้องผ่อนวงล้อให้วิ่งช้าๆก่อนไก่วิ่งวงล้อจะมีกล้ามขาที่แข็งแกร่งแต่ ต้องลงนวมหรือซ้อมนวมด้วย
บริหารขา ทำโดยการบีบนวด ขยำ บริเวณกล้ามเนื้อที่ขาทั้งสองข้าง โดยนวดลูบลงเบาๆ ประมาณ 15-20 นาที เสร็จจากการนวดให้รวบขาทั้งสองข้างเข้าหากันยกขึ้นตรงๆบีบเข้าหากันสัก 2-3 ครั้ง จากนั้นพับตรงข้อต่อระหว่างแข้งขาเข้าหากันที่ละข้างโดยใช้นิ้วมือคั่นไว้ ระหว่างกลางทำสลับกันทั้งสองขา นวดที่แข้ง นิ้วและดัดเบาๆ
การวิ่งสุ่ม ส่วนใหญ่จะทำหลังจากการล่อไก่มาแล้วเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ฝึกสายตาความไว ความคล่องตัว ความฉลาด ไหวพริบ ควรใช้สุ่มตาถี่ จับเวลา 20-30นาทีผู้ฝึกต้องยั่วยุให้ดุ เป็นการออกกำลังขาด้วย
บินหลุมหรือ โดดกล่อง ขุดบ่อลึกประมาณ 50-60 เซ็นติเมตรเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เมตรถ้าท่านไม่มีลานที่เป็นพื้นดินก็ทำเป็นกล่องไม้สูงประมาณ120 เซนติเมตร ใช้ผ้ากระสอบป่านกั้น 1ด้านสูงเทียมอก ใส่ทรายลงไปที่ก้นหลุมหรือจะเป็นกระสอบปูแทนก็ได้เวลาฝึกจับไก่ลงไปให้ไก่ บินขึ้นมาทำวันละ 100-200 ครั้งจะทำให้ไก่บินเก่งเป็นการฝึกกล้ามเนื้อขาและปีกไปในตัว
การฝึกโยน เบาะ เพื่อให้ไก่ได้ออกกำลังปีกกำลังขา จะทำให้ปีกแข็งแรง เดินดี ตีแม่น บินดี วิธีนี้ให้ฝึกกับไก่ที่ชอบแปะหน้าตี เกี่ยวหัวตี ตีเท้าบ่า จะได้ผลดี ส่วนไก่เชิงขี่ ล็อค ม้าล่อ วิ่งชน จะไม่ดี วิธีการฝึกให้ให้วางเบาะหรือฟูก เอาไว้ ผู้ฝึกนั่งบนเก้าอี้ หงายมือซ้ายในลักษณะแบมือพยุงหน้าอกไก่ไว้ มือขวาคว่ำจับตรงโคนหางไก่เอาไว้จังหวะแรกมือซ้ายดันหน้าอกไก่โยนขึ้นให้ลอย พร้อมมือขวากดหางไก่ไว้ไก่จะลอยตัวขึ้นพร้อมกางปีกพยุงตัวซอยขาเพื่อเตรียม ยืด ทำเช่นนี้ต่อกันวันแรก 20 ครั้งวันต่อมาเพิ่มทีละ 10 จนถึง 100 ครั้งเมื่อเห็นว่าไก่ไม่เหนื่อยให้ฝึกวันละ 100 ครั้ง
หลังจากทำการฝึก ซ้อมไก่แล้วก็ควรให้ไก่ได้พักผ่อน การพักผ่อนเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับไก่ กล้ามเนื้อ ประสาททุกส่วนต้องการที่จะพักผ่อน เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวเพราะถ้ากล้ามเนื้อไก่ฉีก เราจะไม่มีวันรู้เลยเพราะไก่พูดไม่ได้ ช่วงพักผ่อนควรให้ไก่อยู่เฉยๆอย่าให้ไก่ออกกำลังกายเป็นอันขาดช่วงนี้อย่า ให้ไก่เครียด อย่าเสียงดังจะทำให้ไก่ตกใจการฝึกซ้อมไก่ควรทำตารางการฝึกไว้ด้วยจะเป็น การดีมาก
เลือดลงแข้ง เลือดลงแข้งเป็นอาการที่เกิดจากการซ้ำบวมของขาไก่ ไม่ใช่โรคร้ายที่จะทำให้ไก่ถึงกับตายอย่างเฉียบพลันแต่อาจจะทำให้ถึงกับ พิการได้เหมือนกันหากมีความรุนแรงมากจึงควรรีบรักษาเสียแต่เนิ่นๆ
สาเหตุ เกิดจาก การสมบุกสมบันมากจนเกินไปในการใว้ขาอย่างไม่รู้จักบันยะบันยังของไก่เอง หรืออาจจะเกิดจากความบกพร่องของคนเลี้ยงที่อาจจะมีการออกกำลังกายหรือหักโหม ให้ไก่ใช้ขามากจนเกินไป อันนี้ก็สามารถที่จะทำให้เกิดเลือดลงแข้งได้เหมือนกัน
การดูแล เพียงแต่การออกกำลังกายให้ระวังในเรื่องนี้ และคอยควบคุมป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเลือดลงแข้ง วิธีการนี้จะถือว่าดีที่สุด เพราะเลือดลงแข้งจะเป็นอาการของการช้ำลำแข้ง หรือที่เรียกกันว่ารองช้ำในไก่ก็ได้
ลำคอและปีก
บริหาร ลำคอ ไก่ชนเวลาเข้าชน ลำคอเป็นส่วนสำคัญในการต่อสู้ ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา คอยหลอกล่อ หลบหลีก และจู่โจม และยังเป็นเป้าหมายในการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ไก่ตัวใดที่มีลำคอไม่แข็งแกร่งมักจะเป็นโอกาสที่คู่ต่อสู้จะตีฝ่ายเดียวอัน เป็นหนทางสู่ความพ่ายแพ้ การบริหารลำคอผู้ฝึกจะต้องนั่งลง เอามือซ้ายโอบรอบตัวไก่ให้แนบกับลำตัวมือขวาจับข้อต่อลำคอของไก่นวดเฟ้นลำคอ ตั้งแต่โคนคอขึ้นไปจนถึงหัว การนวดจะต้องนวดอย่างแผ่วเบา ต้องนวดขึ้นลงครั้งละ 20-30 หน ขณะที่นวดควรจับคอไก่โยกไปทางซ้ายทีขวาที ไปข้างหน้าและข้างหลัง สลับกันไปมา 20-30 ครั้งเพื่อให้คอไก่แข็งแรง เป็นการกระตุ้นลำคอเพื่อให้เกิดความต้านทานเวลาเข้าชน หรืออีกวิธีหนึ่งจับไก่ให้อยู่ระหว่างขาของผู้ฝึกให้ไก่หันหน้าไปทางเดียว กันกับผู้ฝึกใช้มือซ้ายโอบตัวไก่หรือจับที่ต้นคอหลวมๆมือขวาจับคอยืดและหด ออกหลายๆครั้ง โยกไปทางซ้ายทีขวาทีหน้าหลังสลับกันไปมา 20-30ครั้ง แรกๆบริหารลำคอ 6-8 ครั้งก็พอแล้วค่อยเพิ่มขึ้นเมื่อไก่เริ่มชิน และเริ่มนวดขยำให้แรงขึ้นกว่าเดิม แต่อย่าแรงเกินไปจนทำให้ไก่หายใจลำบาก
การ บริหารปีก ปีกนอกจากจะใช้ในการกระพือแล้วยังช่วยในการพยุงตัวและเข้าชนอีกด้วย หลังจากลูบน้ำและบริหารลำคอเรียบร้อยแล้ว ทำการบริหารปีกโดยการโอบไก่เข้าหาตัว ใช้มือซ้ายจับที่โคนปีกพอหลวมๆมือขวาจับตรงกลางข้อต่อของปีก จากนั้นให้นวดเฟ้นบริเวณตั้งแต่โคนปีกเรื่อยขึ้นไปจนถึงข้อต่อและปลายปีก เฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อหนัง ทำทั้งสองปีกสลับกันไปมาประมาณ 10-15 นาที หรือสอดมือทั้งสองข้างเข้าใต้ปีกซ้ายขวาพร้อมกันโดยหงายมือจับข้อต่อของปีก ไก่ทั้งสองข้างแล้วดึงออกจนสุดปลายปีกพร้อมกับยกให้ไก่ตีนสูงขึ้นพ้นพื้นดิน หรือจะจับทีละปีกปละหิ้วดึงขึ้นให้สูงให้ตีนพ้นดินสลับกันไปมาข้างละประมาณ 10 ครั้ง
ฝึกวิ่งทางตรง ถ้าอยากให้ไก่มีร่างกายแข็งแรงจะต้องปล่อยให้วิ่งและบินในตอนเช้าเป็นประจำ นำไก่ไปปล่อยไว้ในที่โล่งเริ่มจากยกตัวไก่สูงขึ้น จับตัวยกขึ้นยกลงอย่าให้เร็วหรือช้าเกินไป ไก่จะกางปีกพยุงตัวตามจังหวะที่ยกขึ้นลงเมื่อชินแล้วยกตัวไก่ขึ้นสูงๆปล่อย ให้กางปีกบินถลาไปไกลๆ หรือยกตัวไก่ขึ้นกลางอากาศ ฝึกแรกๆ อย่าให้สูงนักการยกขึ้นลงควรได้จังหวะแล้วโยนขึ้นไปบนอากาศให้ไก่บินเองอีก วิธีหนึ่งก็คือ ให้ไก่ล่อจับใส่กระเป๋าล่อ ให้ไก่ฝึกตีเจ้าของไก่พาไก่ล่อวิ่งทางตรงทันทีที่เจ้าของไก่ออกวิ่งไก่ชนจะ วิ่งตามใช้เวลาฝึกประมาณ 20นาที
ปล้ำไก่และซ้อมไก่
การซ้อมไก่ต้องให้โอกาสไก่ การปล้ำไก่และซ้อมไก่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งบางครั้งต้องให้โอกาสไก่ด้วย ไม่ใช่ว่าซ้อมไม่เก่งแล้วก็ปล่อยทิ้งไม่ทำการซ้อมติดต่อกันการซ้อมจะต้อง ซ้อมถึง 5 ครั้งแล้วสังเกตดูลีลาว่าลีลาชั้นเชิงเป็นอย่างไรเพราะไก่ไม่เหมือนนักมวย ตรงที่ว่าไก่จะตีตามความถนัดของตน การซ้อมแต่ละครั้งไม่ใช่ว่าท่านตั้งหน้าตั้งตาซ้อมอย่างเดียว ต้องเอาใจใส่ดูแลรักษาเป็นอย่างดีต้องมีความสมบูรณ์ ไก่ที่มีความสมบูรณ์และสมบูรณ์ดีพอทำการซ้อมครบ 5ครั้งไม่มีอะไรดีขึ้นไม่มีการพัฒนาขึ้นมาท่านก็ควรพิจารณา
การฝึกไก่ชน ตามชั้นเชิง ไก่ชนแต่ละซุ้มที่เลี้ยงกันอยู่นั้นปัจจุบันมีมากมายหลายเชิงหลายลีลาบาง ชั้นเชิงดีลีลาสวยแต่ตีไก่ไม่เจ็บ บางตัวไม่สวยชั้นเชิงไม่มากแต่ตีไก่เจ็บ ตีหนัก ทำให้คู่ต่อสู้ออกอาการ ฉะนั้นการฝึกไก่เราต้องฝึกให้ไก่เคยชินกับเชิงของมันเสียก่อน เช่น ไก่ชนที่มีเชิงขี่ทับล็อคคอ เราต้องหาคู่ซ้อมที่เรียกว่าครูฝึก ไก่ที่จะเป็นครูฝึกต้องเป็นไก่เชิงลายหัวหรือลงให้เตี้ยกว่าตัวขี่ เมื่อเราเอามาทำการฝึก ตัวขี่ล็อคคอมันจะเคยชิน ต้องซ้อมนวมหรือลงนวมแล้วไก่ตัวเชิงดีมันจะเคยชินกับชั้นเชิงของมันถ้าเรา เอาที่ตัวชั้นเชิงเหมือนกันมาฝึกไม่ตัวใดตัวหนึ่งต้องสียเชิง พูดง่ายๆว่าเสียไก่ไปหนึ่งตัว เพราะว่าตัวที่เสียเชิงกล้ามเนื้อส่วนต่างๆจะสู้ไม่ได้ ก็เลยลายหัวลงไปให้คู่ต่อสู้ขี่ล็อคคอทับเอาก็กลายเป็นเสียเชิง นานๆเข้าก็ติดเป็นนิสัย หรือที่เรียกกันว่า "เสียไก่" ไก่ชนลูกหนุ่มเราเห็นแววว่าเก่ง เราไม่ควรทำการซ้อมหนัก ควรซ้อมเบาๆไปก่อน ถ้านำไปซ้อมหนัก มันก็จะเสียไก่หรือเรียกว่าถอดใจไม่คิดสู้ การซ้อมไก่ชนถี่มากเกินไป การซ้อมไก่ชนถ้าซ้อมพอดี ก็จะเป็นประโยชน์ต่อไก่ของท่าน แต่ถ้าการซ้อมนั้นมีมากเกินไปจะไม่ดีและยังจะมีโทษต่อไก่ชนอีกต่างหาก การซ้อมไก่ชนถี่ๆและมากเกินไป จะทำให้ไก่ชนของท่านอ่อนแอและไม่มีความสมบูรณ์ เมื่อนำซ้อมครั้งต่อไป จะทำให้ไก่ชนของท่านคิดแต่จะหนีการซ้อมแต่ละครั้งเราควรต้องดูความสมบูรณ์ ของไก่ด้วย ถ้าไม่มีความสมบูรณ์จะทำให้ไก่ทรุดโทรมลงไปอีก เมื่อไก่ทรุดโทรมผู้เลี้ยไก่บางท่านอาจจะปล่อยปละละเลยกลายเป็นไก่หมดสภาพ ทันที ไก่ชนแต่ละตัวจะมีความดีในตัวมันเอง การเข้าชนมันถนัดไม่เหมือนกัน บางตัวเข้าชนลายหัวให้แต่กลับตีไม่ถูกบางตัวเตี้ยแต่เวลาเข้าชนกับตะกาย เหมือนจะกินกระหม่อมเพราะความถนัดของมันแต่ละตัว และเชิงชนของมันไม่เหมือนกันนั้นเอง ไก่ชนที่ท่านนำไปซ้อมเมื่อสู้คู่ต่อสู่ไม่ไหวท่านต้องเลิกทำการซ้อมทันที ถ้าท่านปล่อยไว้จนมันทนไม่ไหวจะทำให้มันทรุดและเลี้ยงไม่ขึ้น และเมื่อทำการซ้อมไก่เสร็จท่านควรหายาแก้ซ้ำในให้ไก่กิน
**การฝึกและการบริหารส่วนต่างๆของไก่ชนให้เป็นไก่นักมวยและแข็งแกร่งเพื่อจะให้ไก่ตัวโปรดมีพละกำลังและความคล่องตัวเวลาชน**
ความล้มเหลวในการเลี้ยงไก่ชน
คนที่เข้ามาเลี้ยงไก่ชนแล้วล้มเหลวไม่ประสบความสำเร็จ..เนื่องมาจาก...
1.ไม่ มีคำตอบที่แน่ชัดให้ตัวเอง และไม่มีจุดหมายที่แท้จริงของตัวเอง หากคุณเลี้ยงไก่ตามกระแส ตามเพื่อน ความล้มเหลวมองเห็นอยู่ร่ำไร
1.1.คุณต้องหาเป้าหมายให้ชัดเจน เลี้ยงเพื่อการค้า ..เลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร ..เลี้ยงเพื่อเข้าสนาม
2.คุณ ต้องหาคนข้างเคียง(ใก้ลชิดที่สุดคือ ครอบครัว)เพื่อนบ้านให้เข้าใจและเห็นดีเห็นด้วยเสียก่อน...คุณอย่าลืมนะครับ ว่า ขี้ไก่ เสียงไก่ โรคไก่มาติดคน. สนใจคนในครอบครัวน้อยลง(มัวหลงแต่ไก่) จึงเกิดปัญหารักไก่มากกว่ารักคน..ถกเถียง ทะเลาะเบาะแว้ง ก็จะตามมา....จึงอำลาการเลี้ยงไก่
3.สถานที่ไม่ดี คับแคบ เช่น พื้นปูน ที่ อึกทึก ลมแดดเข้าไม่ถึง รบกวนชาวบ้าน กลิ่น เสียง เกิดต่อว่าต่อขาน รำคราญ จึงต้องเลิกไป
4.เงินทุนไม่พอ การเลี้ยงไก่ชนให้ได้ดีนั้น ต้องมีเล้า อุปกรณ์ กรง อาหาร ยาวัคซีน และที่สำคัญพ่อ-แม่พันธุ์ที่ดีราคา ณ.วันนี้แพงแน่นอน หากไม่ซื้อคุณต้องหาพ่อ-แม่พันธุ์จากคนที่เชื่อถือได้ อย่าไปขอเขามาเป็นอันขาด..เพราะเวลาที่คุณเสียไปอย่างน้อย 1 ปีเต็ม ๆ (ข้อนี้ผมเจอมาแบบเต็มๆ 1 ปีมีแต่เชิง)
5.ไม่มีความรู้ ไม่ศึกษา จากหนังสือหรือผู้รู้(ผู้รู้นี่แหละตัวดี เจอคนดีก็ดีไป ถ้าเจอคนไม่ดีชวนกันเดินดง หลงหุบเหว คุณต้องดูดีๆ..ผู้รู้เนี่ย) อย่าใช้ปัญญาไม่แข็งแรงของตัวเอง เพราะโอกาสผิดพลาด 99.99 % ไม่ตรงเป้าหมาย
6.ไม่มีประสบการณ์ ไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็น ไม่เคยเลี้ยง เมื่อเกิดปัญหา..แก้ไม่ได้
7.ไม่ รู้แหล่ง พ่อ-แม่พันธุ์ที่ดี ซึ่งเป็นอันดับแรกและเป็นสิ่งที่สำคัญในการเลี้ยงไก่ชน แต่ถ้าได้พ่อ-แม่พันธุ์ดีแล้วล่ะก้อ ประสบผลสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง หากไม่มีพ่อ-แม่พันธุ์ที่ดีผลก็กลับกันคือ ล้มเหลวมไปแล้วครึ่งหนึ่ง
8.ไม่ มีการตรวจสอบพ่อ-แม่พันธุ์ (จำไว้มือใหม่ทั้งหลาย) เชื่อตามคำโฆษณา แถมไม่ปล้ำทดสอบดู (อันนี้แย่อย่างให้อภัยไม่ได้) เช่นซื้อส้ม ถามแม้ค้าส้ม “หวานไหม” ร้อยทั้งร้อย หวาน หากคุณไม่ลองชิมแล้วเอาไปให้ลูกซิม..ลูกไม่เหวี่ยงใส่หน้า..แสดงว่า หวานจริง..แล้วทำไม่เราไม่ซิมเองล่ะ
9.ไม่บำรุงพ่อ-แม่ พันธุ์ เมื่อไม่บำรุงไข่ที่ออกมาเปลือกนิ่มขรุขระ เชื้อไม่แข็งแรงเป็นไข่ข้าวตายโคม (ผมชอบนะไข่ฮ้างฮังเนี่ย)
10.ไม่รู้การอนุบาลไก่แรกเกิด ปล่อยตามแม่(หวานหนูล่ะ)
11.ไม่ รู้การให้วัดซีน (อันนี้เดินไปหากรมปศุสัตว์ได้เลย เขาจะยัดกระดาษใบหนึ่งให้ในกระดาษนั้น อธิบายวิธีทุกอย่าง อย่าลืมเอากระติกน้ำแข็งไปด้วยถ้าจะไปซื้อวัคซีน เพราะวัคซีนบางตัวต้องอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม)
12.ไม่คัดลูกไก่ออกไก่ ดี ไม่ดีออกจากกัน (อันนี้สำคัญสำหรับนักขาย เพราะไก่ดีๆจะถูกมองไม่ดีราคาตก) ไก่แคระแกร็น ติดโรคหวัดง่าย ไก่พิการ อย่าไปเสียดายขายเข่งไปเอาเงินมาให้ลูกสาวซื้อไอติมมีประโยชน์กว่า
13.ไม่ คัดปล้ำไก่ เพื่อคัดเกรดไก่ ปล่อยปะปนกัน พอขายอกไปทำให้เกิดเสียหาย เสื่อมเสียงชื่อ ต่อไปไม่มีใครกล้ามาซื้ออีก จึงเกิดความล้มเหลว บางคนงกเกินเห็นแก่ได้..เอาไก่เกรดต่ำไปปะปนขายกับไก่เกรดดี...ไม่นานความ ล้มเหลวจะเดินเข้ามา...ดั่งผู้ขายหลายๆคนที่อยู่ในเวบ...แพ้ภัยตัวเอง (เวรกับกรรม..น้อ)
14.ไม่มีปล้ำ-ซ้อมไก่คัดเกรดเตรียมไว้ขายไว้ชน ไก่หนุ่มต้องเช็ดทุกอย่าง เชิงชน ลีลา เบอร์แข้ง เพื่อไม่ให้ลูกค้าต่อว่าได้..ไก่ขายพร้อมชนต้องปล้ำ 10 -12 อัน จึงจะเชื่อได้...
15.อื่นอีกมากมาย เพลงของวงเฉลียง
ไม่มีใครผู้ใดไม่ล้มเหลวในชีวิตที่เกิดมาเป็นคน......สู้..ถอย..รอ..คอย..แล้วแต่คนๆนั้นจะเลือกเดิน..
ทุกสิ่งทุกอย่างเสียได้....แต่ใจอย่าเสีย...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




